free movie online

“The Night of the Hunter” (1955)หนังจากเรื่องจริง

ภาพยนตร์เรื่องโปรดบางทีอาจเกิดเรื่องยากที่จะเขียนถึง

 ฉันมิได้หมายคือภาพยนตร์ที่ฉันรู้สึกว่าเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ฉันหมายคือผู้ที่ตีคอร์ดอารมณ์เป็นพิเศษเมื่อใดก็ตามฉันมอง ภาพยนตร์ที่เท่ากันกับภาพยนตร์อัลบั้มเก่าที่ชอบพอหนแรกในวัยเด็ก ในทางหนึ่งภาพยนตร์กลุ่มนี้ก็อยู่เหนือการติชมอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงสารภาพข้อเสียและก็ข้อบกพร่องของพวกเขาในขณะเดียวกันในช่วงเวลาที่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้รับความสบายไม่สิ้นสุดจากคุณความดีแล้วก็คุณลักษณะเด่นดูหนังออนไลน์ฟ

โดยเหตุนั้น Citizen Kane (1941), La Règle du jeu (1939), Tokyo Story (1953) แล้วก็ My Night with Maud (1969) – ซึ่งสำหรับฉันไม่เพียงแต่ แต่ว่าเป็นรายการโปรดส่วนตัวเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังยอดเยี่ยมในคู่แข่งขันที่เข้มแข็งที่สุดสำหรับในการเชิดชู ‘ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชั่วกัลปวสาน made ‘- เป็นภาพยนตร์ที่ฉันมองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆก็ตามแต่ว่ารายการโปรดดังเช่น It’s a Gift (1934), Only Angels Have Wings (1939), Le Deuxième Souffle (1966), Une chambre en ville (1982) หรือ The Big Lebowski (1998) …ในระหว่างที่ฉันรับรองว่าทั้งผองนี้เป็นทั้งปวง ภาพยนตร์ดีเลิศมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพวกเขาแต่ละเรื่องที่ขาดความสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นหมวกปีกกว้างที่น่าหัวเราะของ Cary Grant และก็กางเกงที่มีขายาวเหนือจั๊กกะแร้ใน Only Angels Have Wings หรือแนวความคิดที่เคร่งขรึมเกินความจำเป็นสำหรับในการเชิดชูผู้กระทำผิดกฎหมายใน Le Deuxième Souffle . แต่ว่าไม่ว่าพวกเขาจะมีจุดอ่อนอะไรหนังทั้งสิ้นนี้ก็อยู่ในรายการโปรดตลอดไปของฉัน ฉันรักพวกเขาโดยไม่มีเงื่อนไขและก็สามารถมองพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่เหนื่อยหน่าย
กระทั่งข้างในชุดย่อยของผลงานชิ้นยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่อง The Night of the Hunter ที่ถ่ายทำพวกเขาออกสู่นอกอวกาศเพื่อวาดรูปที่ยกยอปอปั้น ไม่ใช่ฟิล์มถ่ายรูปนัวร์แม้ว่าจะแสดงให้โรเบิร์ตไม่ทชัมเป็นฆาตกรต่อเนื่องสะกดรอยเงินซึ่งถูกขโมยรวมทั้งถ่ายทำในสไตล์ที่ได้รับแรงผลักดันจากการแสดงออกของเยอรมัน หรือเป็นหนังเงียบแม้ว่าจะเปิดแล้วก็ปิดศูนย์คุณความดี Lillian Gish ดังที่อยู่โดยตรง เป็นอีกทั้งตัวอย่างของคริสเตียนแล้วก็นิทานพื้นบ้านโดยมีเพลงสวด homilies และก็กำพร้าที่นำมาซึ่งความปลอดภัยด้วยความกรุณาปรานีของธรรมชาติ แต่ว่าก็มีพื้นฐานมาจากความกลุ้มอกกลุ้มใจด้านสังคมของผู้สร้างดูหนัง2020

เดวิสกรับบ์นักเขียนนิยายต้นฉบับเป็นเด็กผู้ชายใน Moundsville เวสต์เวอร์จิเนียเมื่อแฮร์รี่พาวเวอร์สนักฆ่าผู้สันโดษถูกแขวนคอในเรือนจำตรงนั้นในปี 2475 ในขณะนั้นสหายในครอบครัวของกรับบ์เป็นคนรายงานข่าววิทยุ William Stidger ซึ่งเป็นหัวหน้าของ การเคลื่อนไหวเพื่อการบูรณะของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ซึ่งสื่อมวลที่เกิดขึ้นแล้วก็สิ่งที่จำเป็นอย่างฉับพลันนำมาซึ่งการแยกตัวของคนอเมริกันสายพันธุ์ใหม่ (Stidger เป็นดารานางแบบให้กับ Elmer Gantry ของ Sinclair Lewis) ตรงนี้ไม่ทคุมเป็นนักเทศน์แฮร์รี่พาวเวลล์ซึ่งเป็นอันธพาลอันธพาลและก็เป็นฆาตกรโรคจิตดูการ์ตูน

เล่นกับความอับอายขายหน้าในเมืองเล็กๆเขาพูดสอดตนเองเข้าไปในครอบครัวของ Willa Harper (เชลลีย์วินเทอร์สซึ่งเป็นประวัติศาสตร์เชิงเห็นใจครั้งเดียว) ภายหลังที่ผัวเบ็นถูกประหารเพื่อแงะความลับของของขวัญที่หลบอยู่ของเขาจากเด็กๆจอห์นแล้วก็เพิร์ล (ข่มขู่ว่าจะใช้กำลังและก็การรับรองว่าเขาเป็นซาตานในการ์ตูนและก็คำอุปมาที่น่าขนลุกสำหรับเพื่อการล่วงละเมิดในบ้าน) เมื่อใดก็ตามที่ Mitchum ขับร้อง ‘Leaning on the Everlasting Arms’ ในบาริโทนที่ง่วงรวมทั้งร้อนอบอ้าวของเขามันมิได้เป็นเพียงแต่ความไร้มนุษยธรรม แต่ว่าเป็นการกระทบกระแทกในทางที่ไม่ถูก แล้วก็ด้วยแนวทางที่รู้จัก

สิ่งที่ทำให้ The Night of the Hunter เป็นคำฟ้องของความหน้าซื่อจิตใจคดทางศาสนาของคนประเทศอเมริกาก็คือมันเป็นเลิศในรูปภาพยนตร์ที่มีจิตวิญญาณสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ญาติพี่น้องวัวเอนผู้ผลิตภาพวินเทอร์ใต้น้ำอันน่าทึ่งของ DP Stanley Cortez ใน The Man Who Was not There รวมทั้งใช้ ‘Leaning on the Everlasting Arms’ ใน True Grit ก็ผงกศีรษะให้แฮปรี่พาวเวลล์ที่ไม่ยอมแพ้ (“ อย่าเขาไม่เคยหลับ ?”) กับ No Country for Old Men’s ที่ไล่หลัง Fury แต่ว่าตอนที่ภาพยนตร์โดยมากที่อ้างถึง “ความเหี้ยมโหด” นั้นเกิดเรื่องเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆในทางโลกมากยิ่งกว่า แต่ว่า The Night of the Hunter กลับกลายแอนิเมชั่นที่มีความเชื่อตามที่ Louvin Brothers ที่พระชื่อเสียงร้องว่า ‘Satan is Real’ การต่อสู้มิได้อยู่ระหว่างวัฒนธรรมแล้วก็ระบอบอนาธิปไตย แม้กระนั้นระหว่างนั้นจำเรื่องราวนิดๆหน่อยๆของมือขวา / มือซ้ายได้ไหม? ทุกส่วนประกอบถูกปรับขนาดตามบริบทสาเหตุของความดีเลิศแล้วก็ความชั่ว



ด้วย Cortez ผู้กำกับ Charles Laughton สร้างความสวยงามแบบ Carpenter Gothic

 ของเงาแบบบาโรกบนฝาผนังที่แก้ผ้าเวทีเสียงจะทดแทนด้วยการห่อห่อภาพบำรุงรักษาเอาไว้ในฉากที่โล่งแจ้ง งานเขียนมีความลึกล้ำราวกับนิทานเกี่ยวกับการแสดงของ Gish ในฐานะผู้เลี้ยงแกะที่ดีที่รับดู John และก็ Pearl เมื่อพวกเขาหนีลงน้ำ Laughton ดำเนินงานร่วมกับ James Agee ในบทภาพยนตร์ซึ่งแบ่งปันการเปิดกว้างของบทกลอนเชิงสารคดีกับการดูแลรักษาอื่นๆของ Agee เกี่ยวกับความยากจนข้นแค้นในสมัยถดถอยแล้วก็ครอบครัวตอนใต้ที่ไม่มีพ่อ

ตั้งแต่การจัดนิทรรศการที่ไม่มีเล่ห์กลแล้วก็อเมริกานาที่วาดด้วยชีวิตเฮฮาๆไปจนกระทั่งคำกล่าวในพระหนังสือแล้วก็ความหวั่นไหวต่อมุมดูของเด็กภาพยนตร์ประเด็นนี้ดำเนินไปด้วยความง่ายๆของความลึกที่ไม่เคยทราบอิดโรย